ตะลุย ศึกษาดูงานเส้นทาง R3A เชียงของ เชียงแสน แวะชิลไร่แสงอรุณ เชียงราย

Share on Facebook0Print this pageTweet about this on TwitterPin on Pinterest0Share on Google+0Email this to someone

วันนี้ได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานกับอาจารย์และเพื่อนๆ ชาว Logistic and Supply Chain มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เพื่อศึกษาเส้นทาง R3A ซึ่งถือว่าเป็นเส้นทางที่มีบทบาทสำคัญกับเศรษฐกิจและระบบลอจิสติกส์ของประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านเป็นอย่างยิ่ง นำโดยอาจารย์จักรกฤษณ์  ดวงพัสตรา อาจารย์สุเทพ นิ่มสาย และ นักศักษาภาควิชา บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาโลจิสติกส์ และ ซัพพลายเชนส์ ปี 2555 จำนวน 30 คน โดยมีวัตถุประสงค์ในการเดินทางครั้งนี้คือ ให้นักศึกษาได้เห็นการค้าชายแดน การลงทุน การขนส่งระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นการลงพื้นที่เพื่อให้ได้รู้และได้เห็นสถานที่จริงๆ นอกเหนือจากตำราที่สอน

ซึ่งการศึกษาดูงานในวันนี้ใช้ระยะเวลาให้การเดินทาง 1 วัน (ตั้งแต่ 8.00-17.00 น.) เส้นทางจาก มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเชียงราย –เชียงของ-สปป.ลาว-เชียงแสน

    ก่อนที่พวกเราจะข้ามไปประเทศลาวนั้น ต้องผ่านการทำบัตรขออนุญาตผ่านแดนไทย-ลาว ที่อำเภอเชียงของก่อน ซึ่งการทำเอกสารก็จะคล้ายๆ กับการทำเอกสารที่แม่สาย คือต้องถ่ายสำเนาบัตรประชาชน และเงินค่าธรรมเนียมอีก 30 บาท ส่วนใครที่มี Passport อยู่แล้วสามารถทำเรื่องข้ามที่บริเวณท่าเรือบั๊คได้เลย

อำเภอเชียงของ
ข้อมูลเอกสารผ่านแดนเข้าประเทศลาวมี 3 ประเภท คือ

1) หนังสือเดินทาง (Passport) ใช้สำหรับประชาชนไทย ลาว และประชาชนประเทศที่สาม ระยะเวลาพำนักไม่เกิน 1 เดือน สามารถเดินทางไปได้ทั่วประเทศ และพำนักอยู่นอกพื้นที่ชายแดนที่กำหนดไว้ในความตกลงได้
2) หนังสือผ่านแดน (Border Pass) ใช้เฉพาะประชาชนไทยและลาว ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ชายแดนที่ระบุไว้ในความตกลงเท่านั้น มีอายุ 1 ปี ระยะเวลาพำนักไม่เกิน 3วัน 2 คืน โดยจะต้องอยู่ในพื้นที่ชายแดนที่กำหนดไว้ในความตกลงเท่านั้น และต้องเดินทางกลับออก ณ ช่องทางที่ผ่านเข้ามา
3) หนังสือผ่านแดนชั่วคราว (Temporary Border Pass) ใช้สำหรับประชาชนไทยและลาว ที่มีภูมิลำเนาอยู่นอกพื้นที่ชายแดนที่ระบุไว้ในความตกลงใช้ได้ครั้งเดียว ระยะเวลาพำนักไม่เกิน 3 วัน 2 คืน ใช้หลักปฏิบัติเหมือน (ข้อ 2)
หมายเหตุ ด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงของเปิดเวลา 08.00-18.00 น. ติดต่อกรอกแบบฟอร์มขอผ่านแดนที่ศูนย์อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ในบริเวณที่ว่าการอำเภอเชียงของได้ทุกวัน เตรียมรูปถ่าย 1 นิ้ว 2 รูป และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 1 ชุด พร้อมเงินค่าธรรมเนียม 30 บาท โดยจะเสียค่าเหยียบแผ่นดินที่ฝั่งประเทศลาว 50บาท

การทำ Visa เข้าประเทศลาว 1

1. กรอกแบบ ฟอร์ม คำขอ Visa
• ใบสมัครขอวีซ่า ขอได้ที่สถานทูตลาว หรือ Download จาก http://www.bkklaoembassy.coml แล้วติดรูป มาด้วย 1 รูปพร้อมแนบ Passport
• ติดรูปถ่าย 1 ใบ
2. นำใบสมัครขอวีซ่า ที่ติดรูปถ่าย พร้อม Passport นำไปยื่นที่สถานทูตลาว
• ทำแบบธรรมดา ค่าธรรมเนียม 300 บาท ต้องยื่นภายในช่วงเช้า หลังยื่นจะได้ใบนัดวันรับ (โดยจะได้ภายใน 2 – 3 วัน ในช่วงบ่าย)
• ทำแบบด่วน ค่าธรรมเนียม 600 บาท จะได้รับภายใน 2-3 ชม. ยื่นใบสมัครได้ทั้ง ช่วงเช้าและช่วงบ่าย
• การเดินทางโดยทางเรือ เข้าสู่เมืองหลวงพระบาง
• การเดินทางทางรถโดยสารเข้าสู่เมืองเชียงรุ่ง จีนตอนใต้

เมื่อทำเอกสารข้ามแดนเสร็จ ทางคณะก็ได้เดินทางมาดูสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 ของประเทศไทย ซึ่ง สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งแรกคือที่หนองคายที่ข้ามไปเมืองหลวงเวียงจันทน์ แห่งที่สองคือที่ มุกดาหาร-สะหวันนะเขต สะพานแห่งที่สามคือ นครพนม-ท่าแขก และสะพานข้ามแม่น้ำโขงไปลาวล่าสุดที่คือสะพานข้ามแม่น้ำโขงจากบ้านดอนมหาวัน เชียงของ ไปห้วยทราย แขวงบ่อแก้วประเทศลาว จะเสร็จปี 2557 ซึ่งตอนนี้กำลังทำการสร้างกันอยู่ หากเส้นทางนี้เสร็จ การเดินทางจากไทยไปยูนนาน คุณหมิง จะง่ายและเร็วขึ้นมาก โดนผ่านบ่อแก้ว หลวงน้ำทา บ่อเต็น ไปจีน ทุกวันนี้ตรงท่าเทียบเรือบั๊คที่เชียงของต้องใช้แพขนานยนต์นำรถจากฝั่งไทยไปลาว จากลาวมาไทย เส้นทางค้าขายจากยูนนานมาไทยส่วนหนึ่งยังใช้เรือยากยูนนานมาที่ท่าเรือเชียงแสน เอาของจากจีนมาขาย รวมทั้งของที่มาขายที่แม่สายด้วย หากสะพานนี้เสร็จนั่งรถจากกรุงเทพฯไปคุนหมิงเป็นเรื่องปกติที่ใครๆก็ทำได้

สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 มีความยาว 11.6 กิโลเมตร โดยจะเป็นสะพานข้ามแม่น้ำโขง ขนาด 2 ช่องจราจรพร้อมทางเท้า ความยาว 480 เมตร และสะพานเชิงลาดฝั่งไทย ยาว 150 เมตร รวมความยาว 630 เมตร ถนนฝั่งไทย เป็นทางหลวงลาดยาวขนาด 4 ช่องจราจร มีความยาว 5 กิโลเมตร มีจุดเปลี่ยนทิศทางจราจร เป็นแยกระดับพื้นดิน และติดตั้งสัญญาณไฟจราจร โดยรูปแบบการก่อสร้างพร้อมอาคารด่านพรมแดนรูปแบบสถาปัตยกรรมล้านนา ส่วนถนนฝั่งสปป.ลาว เป็นทางหลวงลาดยางขนาด 2 ช่องจราจร มีความยาวประมาณ 6 กิโลเมตร ก่อสร้างพร้อมอาคารด่านพรมแดนรูปแบบสถาปัตยกรรมล้านช้าง ซึ่งรวมใช้พื้นที่สำหรับการตรวจปล่อยร่วมกัน ณ จุดเดียว (Common Control Area) ในแต่ละประเทศ ตามหลักการ Single Stop Inspection และส่วนที่4 จุดเปลี่ยนทิศทางการจราจรในฝั่งไทย ซึ่งอยู่ระหว่างด้านพรมแดนไทยกับสะพานข้ามแม่น้ำโขงโดยสะพานแห่งนี้เป็นสะพานเชื่อมเส้น R 3 ซึ่งจะเป็นเส้นทางสำหรับการค้าการลงทุนเป็นหลัก รองลงมาคือด้าน  การท่องเที่ยวในระหว่างเส้นทาง จากเส้นทางดังกล่าว เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวไทย ประมาณ 80%  โดยจุดมุ่งหมายปลายทางของการท่องเที่ยวที่นิยมสำหรับชาวไทย นั้นก็คือ เมืองจิ่งหง (Jing Hong) มณฑลยูนนาน ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศที่สวยงาม มีความผสมกลมกลืนระหว่างความทันสมัยและความเป็นเอกลักษณ์ของความเป็นชาติพันธ์ของชนชาติเชาวไท สมัยดั่งเดิม ด้วยภาษาและวัฒนธรรมที่ใกล้เคียงกับภาษาไทยในปัจจุบัน จึงสร้างเป็นแรงดึงดูดหนึ่งที่ทำให้ชาวไทยส่วนใหญ่ต้องการจะไปสัมผัสและย้อนรอยประวัติศาสตร์ของบรรพบุรุษ ณ เมืองแห่งนี้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปยังเส้นนี้สามารถเดินทางโดยหนึ่งวันเยือนถึงสามประเทศ โดยเริ่มต้นจาก ประเทศไทย ทำพิธีการผ่านแดนนั่งเรือข้ามฟาก (เรือ.โดยสาร) เข้าสู่ สปป.ลาว เมืองห้วยทราย จากนั้นนั่งรถตู้บริการนักท่องเที่ยวไปยังเมืองหลวงน้ำทา ใช้เวลา ประมาณ 4 ชั่วโมง ถึงยังชายแดน ลาว จีน ณ ด่านบ่อเต็น ก็สามารถทำพิธีผ่านแดน เข้าสู่ประเทศจีน ด้วยการเดินทางที่สะดวก และ เป็นการท่องเที่ยวที่ราคาไม่สูงมากนักจึงเป็นที่นิยมกันมากในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยที่ต้องการสัมผัสกับความเป็นธรรมชาติที่ยังงดงาม ณ เส้นทางการท่องเที่ยวแห่งนี้

        จากจุดสะพานข้ามแม่น้ำน้ำโขงแห่งนี้ สามารถมองเห็นโครงการขนาดใหญ่ที่สร้างเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว คือ โครงการราคนคร ของนักลงทุนชาวไทย และชาวจีน โดยสร้างเป็นจุดรวมศูนย์รวมการบันเทิง และ ความรี่นรมย์ การค้าโดยการแบ่งพื้นที่เช่าเพื่อทำการค้าขาย และ เป็นโรงแรมที่สามารถรองรับได้ ประมาณ 100 ห้องพัก อีกทั้งโครงการนี้ยังมีสำนักงานอยู่ในฝั่งไทย ณ บ้านดอนชัย หรือ ชุมชนค้าหินริมฝั่งน้ำโขงเพื่อเปิดจุดบริการนักท่องเที่ยวที่ต้องการใช้บริการความรื่นรมย์ ณ ราคนคร ฝั่ง สปป.ลาว

ข้ามแดน ไทย-ลาว เชียงของ
ท่าเรือบั๊ค เชียงของ
หลังจากศึกษาดูงานที่สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 เสร็จแล้ว ทางคณะก็ได้มุ่งหน้าสู่ท่าเรือบั๊ค เพื่อทำพิธีการผ่านแดน นักศึกษาที่มีหนังสือผ่านแดนต้องกรอกเอกสารขาออกพร้อมแนบกับ Passport หรือ เอกสารที่ทางอำเภอเชียงของออกให้ และบันทึกภาพ จากนั้นเราก็ได้นั่งเรือข้ามฟากซึ่งเป็นเรือโดยสารประจำเส้นทางข้ามฟาก ค่าธรรมเนียม คนละ 40 บาท ใช้เวลานั่งประมาณ 3 นาที คณะก็ได้เดินทางมาถึงยัง สปป.ลาว ทำพิธีการตรวจคนเข้าเมือง โดยเสียค่าธรรมเนียมเข้าเมือง คนละ 50 บาท (ค่าเหยียบแผ่นดิน)

จากนั้นได้ไปเดินชมสินค้าที่วางขายระหว่างสองเส้นทาง ส่วนใหญ่ก็จะเป็นสินค้าที่มาจากประเทศไทย และ จีน แต่โดยรวมคนลาวชอบอุปโภคและบริโภคสินค้าที่มาจากประเทศไทย สินค้าท้องถิ่นของลาวที่พบได้คือ เหล้าดองยา จากสัตว์มีพิษ เช่น แมงป่อง ตะขาบ งู ซี่งสินค้าเหล่านี้เป็นที่นิยมสำหรับชาวไทยและชาวต่างชาติที่นิยมของแปลกพิสดาร อีกทั้งยังมีเครื่องเงินที่นำมาจากหลวงพระบาง เปิดร้านเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว จากนั้น เราได้ไปเดินชมสินค้าปลอดภาษี ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น เหล้า เบียร์ ไวน์ และ บุหรี่ต่างประเทศ

ประเทศลาว

การค้าประเทศลาว
หลังจากเดินศึกษาและชมการค้าขายของชาวลาวแล้วจึงได้เดินทางกลับเพื่อไปรับประทานอาหารกลางวันกันที่ร้านสวนอาหารนางนวล ซึ่งเป็นร้านอาหารที่อยู่ติดริมน้ำโขง บรรยากาศดี อาหารรสชาติพอใช้ได้ อาหารที่ขึ้นชื่อของที่นี่จะเป็นพวกปลาน้ำโขงสดๆ เอามาทำเมนูต่างๆ เช่น ต้มยำ ลาบ ปลาลวกจิ้ม ผัดขี้เมา เป็นต้น ที่สำคัญประทับใจมากที่สุดกับราคาอาหารมื้อนี้ เมนูที่คงไม่มีวันลืมกันได้ของวันนี้คือ ข้าวเปล่า โถละ 200 บาท โอ้วมายก๊อต…โอ้วมายก๊อตตต …..

สวนอาหารนางนวล

สวนอาหารนางนวล เชียงของ

ค่าอาหาร สวนอาหารนางนวล เชียงของ
เมื่ออิ่มท้อง พักผ่อนริมโขงชิลๆ กันแล้วก็ได้เวลาออกเดินทางต่อสถานที่ต่อไปก็คือ ไร่แสงอรุณ บนทิวเขาเลียบริมแม่น้ำโขงกึ่งกลางระหว่าง เชียงแสนและเชียงของ อันเป็นพื้นที่รอยต่อชายแดน ระหว่างประเทศไทย กับสาธารณรัฐประชาชนลาว ไร่แสงอรุณได้ถูกก่อตั้งขึ้นด้วยแรงบันดาลใจที่ต้องการผสมผสาน การท่องเที่ยวเชิงเกษตรกับรีสอร์ทเพื่อสุขภาพท่ามกลางธรรมชาติที่แสนสวยงาม ณ สถานที่แห่งสามารถชมวิวริมน้ำโขง ชมวิถีชีวิตของเกษตร นักท่องเที่ยวที่มาพักสามารถร่วมมีประสบการณ์ในท้องไร่ ท้องนา เช่น ร่วมทำงานในผืนนา โดยเฉพาะการทำนาในแนวเกษตรอินทรีย์ อีกทั้งจะได้ชมแปลงสวนผักปลอดสารพิษ ซึ่งผลผลิตจากแปลงเกษตร

ไร่แสงอรุณ

ไร่แสงอรุณ
พักชิลชมวิวที่ไร่แสงอรุณพอหอมปากหอมคอแล้วได้เวลาเดินทางไปต่อที่ ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสนแห่งที่ 2 สร้างขึ้นเพื่อทดแทนท่าเรือแห่งแรก ซึ่งอยู่ในตัวอำเภอเชียงแสน ที่เป็นชุมชนเมืองโบราณและความคับแคบ ขณะที่มูลค่าการค้าการลงทุนระหว่างประเทศไทยและประเทศจีนเพิ่มสูงขึ้นอย่าง ต่อเนื่อง จึงต้องสร้างท่าเรือแห่งใหม่ขึ้นเพื่อรองรับการขนส่งสินค้าไม่ต่ำกว่า 6 ล้านตันต่อปี และพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางกว่า 400 ไร่

ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน ให้บริการแบบจุดเดียวเบ็จเสร็จ ณ อาคาร สำนักงานเดียวกัน ประกอบด้วยสำนักงานท่าเรือเชียงแสนและเชียงของ, สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 1 สาขาเชียงราย, ด่านศุลกากรเชียงแสน, ด่านอาหารและยาเชียงแสน, ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ, ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย, ด่านตรวจพืชเชียงแสน, ด่านกักกันสัตว์เชียงราย และด่านตรวจสัตว์น้ำเชียงราย

เส้นทางเดินเรือจากท่าเรือพาณิชย์เชียงแสนถึงท่าเรอกวนเหลย (ท่าเรอใต้สุดของจีน) รวมระยะทางประมาณ 265 กิเมตร ระดับน้ำลึก 1.5-7 เมตร แตกต่างตามฤดูกาล โดย ประเทศจีนได้ปรับปรุงร่องน้ำทางเดินเรือ รวมถึงก่อสร้างเขื่อนเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า และควบคุมระดับน้ำ ให้สามารถบรรทุกสินค้าได้ตลอดทั้งปี ด้านการเชื่อมโยงการขนส่งภายในประเทศทางถนน สามารถเดินทางได้ 3 เส้นทาง ได้แก่ 1. ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 1290 อำเภอแม่สาย – อำเภอเชียงแสน 2. ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 1016 อำเภอแม่จัน – อำเภอเชียงแสน 3. ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 1129 อำเภอเชียงแสน – อำเภอเชียงของ

ท่าเรือเชียงแสน 2
ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน เป็นจุดเชื่อมโยงการค้ากับมณฑ,ทางตอนใต้ของประเทศจีน พม่า และลาว รวมทั้งการขนส่งต่อเนื่องไปยังประเทศต่าง ๆ โดยผ่านท่าเรือกรุงเทพ ท่าเรือแหลมฉบัง และท่าเรือระนอง การก่อสร้างและพัฒนาท่าเรือเชียงแสนแห่งที่ 2 เป็นการสร้างความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและ บริการ เพื่อเตรียมความพร้อมรับการขยายตัวในอนาคต รวมถึงสามารถเชื่อมโยงการค้า จีน-อินเดีย โดยผ่านทางท่าเรือพาณิชย์เชียงแสนแห่งที่ 2 ด้วยการบริการในแบบท่าเรือพาณิชย์สากล ทำให้มั่นใจได้ว่าได้รับบริการที่มีมาตรฐาน สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัยและประหยัด

ท่าเรือเชียงแสน 1 หรือท่าเรือเชียงแสนเก่า

ปิดท้ายการศึกษาดูงานของวันนี้คือ ท่าเรือเชียงแสน 1 หรือท่าเรือเชียงแสนเก่า อยู่ภายในตัวอำเภอเชียงแสน ขยายตัวออกไปคงไม่ได้แล้วจึงได้มีการสร้างท่านเรือเชียงแสนใหม่เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจและระบบโลจิสติกส์ที่มีมากขึ้น จากนั้นได้เดินทางกลับถึงมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงโดยสวัสดิภาพ

Share on Facebook0Print this pageTweet about this on TwitterPin on Pinterest0Share on Google+0Email this to someone

About ต่ายน้อยจอมซน

ตะลอนทัวร์ ชวนชิม กิน ช็อป เที่ยว เฟี้ยวไปกับไดอารี่ต่ายน้อยจอมซน www.sweetybunny.com ♥ Sweet Diary ♥ SweetyBunny ♥ Sweet Together ♥
กลับหน้าแรก sweetybunny ตะลอนทัวร์ กะง๊องแง๊ง   sweetybunny เง๊อะง๊ะ ชวนชิม  sweetybunny เฟี้ยววัดใจ ไปด้วยกัน ขอบคุณที่รักกัน ^^