Asakusa Temple
Sensoji Temple or Kannon Temple

Sensoji Temple วัดเซ็นโซจิ (浅草寺) หรือที่คนไทยรู้จักในชื่อ วัดอาซากูซะ (Asakusa Temple) แต่ในประเทศญี่ปุ่น มีอีกชื่อคือ Kannon Temple เพราะ เป็นวัดที่ประดิษฐานของพระโพธิสัตว์กวนอิม หรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกกันว่า “คันนง” (観音 Kannon) ที่มีชื่อเสียง อันเป็นที่เคารพบูชาของชาวญี่ปุ่นอย่างมาก วัดวัดอาซากูซะ (Asakusa Sensoji Temple) อยู่ในย่าน อาซากูซะ (Asakusa) เป็นย่านสำคัญของกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

Sensoji Temple วัดเซ็นโซจิ (浅草寺) หรือ วัดอาซากูซะ (Asakusa Temple) เป็นวัดเก่าแก่ที่สุดในโตเกียว สร้างเสร็จเมื่อปี 645 เพื่อสักการะเจ้าแม่กวนอิม Kannon เทพเจ้าแห่งความเมตตา โดยสร้างจากตำนานกล่าวไว้ว่า ประมาณปี ค.ศ. 628 มีชาวประมง 2 พี่น้อง ชื่อว่า ฮิโนกูมะ ฮามานาริ และฮิโนกูมะ ทาเกนาริ ทุกวันจะออกหาปลาที่แม่น้ำซูมิดะ แต่จับไมไ่ด้เลย เลยขออธิษฐาน เพื่อกลับไปทานเป็นอาหารพอเหวี่ยงแหออกไป สิ่งที่ติดแหขึ้นมา กลับเป็นพระพุทธรูปเจ้าแม่กวนอิมทองคำ สูง 5 นิ้ว จึงนำไปให้หัวหน้าหมู่บ้านของทั้งสองชื่อว่า ฮาจิโนะ นากาโมโตะ หัวหน้าหมู่บ้านได้ตระหนักถึงความศักดิ์สิทธิ์ จึงได้เปลี่ยนแปลงบ้านของตนในอาซากูซะให้กลายเป็นวัดขนาดเล็ก เป็นที่ประดิษฐานพระโพธิสัตว์ เพื่อให้คนในหมู่บ้านมากราบไหว้บูชา และโด่งดังมาก จนปี ค.ศ. 645 ความโด่งดังได้ไปถึง ท่านโชกุน และให้มีการสร้างอาคารหลังใหญ่จน ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ปี ค.ศ. 1945 อาคารส่วนใหญ่ของวัดเซ็นโซจิ ได้รับความเสียหายจากการถูกทิ้งระเบิด และถูกสร้างขึ้นมาใหม่ในภายหลัง จนถึงปัจจุบัน

ที่ตั้ง: 2 Chome-3-1 Asakusa, Taito City, Tokyo 111-0032
Website: www.senso-ji.jp
Tel: 03-3842-0181
เปิดทำการ: พ.ศ. 1188
ค่าเข้าชม: ฟรี
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน 6:00 – 17:00 น.
35.7147651,139.7966553

การเดินทางไป อาซากูซะ (Asakusa) ง่ายมาก เพียงแค่ใช้เพียงแค่รถไฟเท่านั้น เดินทางจากสถานีไหนก็ได้ เช่นจาก SHINJUKU(JR)ก็สามารถไปได้สองสายคือ
ใช้สาย JR CHUO/SOBU LINE ไปสถานี ASAKUSABASHI และ ต่อ รถไฟ สาย Toei Subway Asakusa Line ไป Asakusa Station
หรือ ไปสถานี KANDA(TOKYO) โดยสาย JR Chuo Line และ ต่อ รถไฟ สาย Tokyo Metro Ginza Line ไป Asakusa

Toei Subway Asakusa Line ไป Asakusa Station

Toei Subway Asakusa Line ไป Asakusa Station

หน้าสถานี Asakusa Station

หน้าสถานี Asakusa Station

เดิน 5 นาที จาก Asakusa Station

เดิน 5 นาที จาก Asakusa Station

คามินาริมง (Kaminarimon Gate)

เมื่อเดินเข้ามาในโซน เราจะเจอ สิ่งแรกคือ คามินาริมง (Kaminarimon Gate) จะอยู่ที่ประตูทางเข้า  คนเยอะนิสนึงนะ ต้องรอถ่ายรูป ประตูคามินาริ (Kaminari-mon) หรือ “ประตูอสุนี (ประตู วายุอัสนีเทพ)” เป็นประตูที่มีโคมไฟที่หนักถึง 700 kg มีความสูงกว่า 5.5 เมตร ที่มีรูปสายฟ้าและเมฆเขียนด้วยสีดำและแดง ด้านข้างโคมแดง ฝั่งขวาจะมีรูปปั้นของ ฟูจิน วายุเทพ (เทพแห่งลม) ฝั่งซ้ายจะมีรูปปั้นของ ไรจิน อัสนีเทพ (เทพแห่งสายฟ้า)

คามินาริมง (Kaminarimon Gate)

คามินาริมง (Kaminarimon Gate)

ด้านหลังประตู คามินาริมง (Kaminarimon Gate)

ด้านหลังประตู คามินาริมง (Kaminarimon Gate)

นากะมิเสะโดริ

ย่านการค้าของ Sensoji Temple วัดเซ็นโซจิ  ที่มีร้านขายของ ของกิน และของฝากเยอะมาก และมีร้านอาหารขั้นเทพในตำนานเยอะมาก แต่ต่ายน้อยต่อคิวไม่ไหว ไว้รอบหน้าค่อยมากิน ของดังๆ ที่ต้องลองคือ พวกขนม เช่น ขนมไข่, ขนมมันจู, เซมเบ้ และขนมรสชาเขียว

นากะมิเสะโดริ

นากะมิเสะโดริ

โดนของฝากเยอะมาก ที่นี้ราคาแต่ล่ะที่แทบไม่ต่างกันมาก

โดนของฝากเยอะมาก ที่นี้ราคาแต่ล่ะที่แทบไม่ต่างกันมาก

ขนมไข่ ขนมถั่วแดง กินร้อนๆ อร่อยมาก

ขนมไข่ ขนมถั่วแดง กินร้อนๆ อร่อยมาก

มีพันหมดพัน มีหมื่นหมดหมื่น อย่าให้ถึงแสนเลย

มีพันหมดพัน มีหมื่นหมดหมื่น อย่าให้ถึงแสนเลย

โฮโซมง (Hozomom Gate)

ประตูที่สองที่พลาดไม่ได้หลังจากเดิน ย่านการค้า นากะมิเสะโดริ ก็คือ ประตูโฮโซ (Hozomom Gate) โดยคำว่า มง แปลว่าประตูนั้นเอง ประตู Hozomom  เป็นที่ตั้งของสมบัติของ วัดอาซากูซะ (Asakusa Temple) มากมาย แต่ปัจจุบันเป็นที่เก็บอุปกรณ์สำหรับใช้ในยามเกิดภัยพิบัติเก็บไว้ มีจุดเด่นของประตูสองอย่าที่ต้องถ่ายรูปแน่ๆคือ รูปปั้นสองรูปโคมไฟ และรองเท้าแตะขนาดใหญ่ (วาระจิ) รองเท้าทำจากฟางใหญ่ยักษ์ที่มีน้ำหนัก 2500kg ที่เป็นหนึ่งในอุปกรณ์ปัดเป่าภัยร้ายโดยเทพเจ้า โฮโซมง (Hozomom Gate) สูง 22.7 เมตร (74 ฟุต) กว้าง 21 เมตร (69 ฟุต) และลึก 8 เมตร (26 ฟุต)

โฮโซมง (Hozomom Gate)

โฮโซมง (Hozomom Gate)

โคมไฟ ใหญ่ โฮโซมง (Hozomom Gate)

โคมไฟ ใหญ่ โฮโซมง (Hozomom Gate)

รองเท้าแตะขนาดใหญ่ (วาระจิ)

รองเท้าแตะขนาดใหญ่ (วาระจิ)

Demboin and Its Garden

ทางด้านซ้ายของ โฮโซมง (Hozomom Gate) จะมีสวนให้นั่งพัก และนํ้าเย็นๆให้ล้างหน้า ห้องนํ้า และมุมถ่ายรูปเล็กๆให้ด้วย เหมาะมากสำหรับคนแก่ และคนปวดขาแบบต่ายน้อย

Demboin and Its Garden

Demboin and Its Garden

เทพเจ้าในสวน

เทพเจ้าในสวน

โอมิคุจิ และ โจโคโระ

ลานตรงกลาง ก่อนไปถึงตึกหลักจะมี โอมิคุจิ คือการเสี่ยงดวง โดยการเสี่ยงครั้งล่ะ 100 เยน คล้ายๆเซียมซีบ้านเราแต่ปัญหาคือ อ่านไม่ออก โจโคโระ คือ (กระถางธูปขนาดใหญ่) ซึ่งมีหลายๆที่ในวัดในประเทศญี่ปุ่น

คนที่นี้มีความเชื่อว่า ควันของธูปโจโคโระ จะช่วยโรคภัยไข้เจ็บจะได้รับการเยียวยาและสภาพร่างกายจะได้รับการฟื้นฟู เมื่อ เราเข้าไป ให้ร่างกายถูกปกคลุมไปด้วยควันของธูป เราจะเห็นคนกวักควันของธูป ใส่ตัวมากมาย

ควันของธูป Sensoji Temple วัดเซ็นโซจิ

ควันของธูป Sensoji Temple วัดเซ็นโซจิ

เสี่ยงดวง โอมิคุจิ 100 เยน

เสี่ยงดวง โอมิคุจิ 100 เยน

ชำระล้าง โอะซุยฉะ

ตรงนี้ก้เป็นอีกที่ ที่หาเจอได้ทุกวัดคือ ที่ชำระล้าง โอะซุยฉะ เป็นที่ที่จะชำระร่างกายก่อนเข้าไปสักการะ แต่ก็เห็นนักท่องเที่ยวมากมายนตักกิน ตักกลับบ้านเหมือนเดิม รูปปั้นหินที่อยู่ตรงกลาวของ โอะซุยฉะคือ ริวชินโซ ที่ดูแลน้ำในบ่อชำระนี้

ชำระล้าง โอะซุยฉะ

ชำระล้าง โอะซุยฉะ

โอะซุยฉะ ริวชินโซ 

โอะซุยฉะ ริวชินโซ

อาคารหลักของวัดเซ็นโซจิ (Main Hall)

เป็นที่สักการะ(ฮนโด) พระคันนนที่ประทับอยู่ที่โกะคูเด็งซึ่งตั้งอยู่ด้านในสุด ซึ่งยิ่งใหญ่มาก อาคารหลักที่เป็นที่ประดิษฐานพระโพธิสัตว์คันนง (Kannon Bosatsu)

อาคารหลักของวัดเซ็นโซจิ (Main Hall)

อาคารหลักของวัดเซ็นโซจิ (Main Hall)

อาคารหลักที่เป็นที่ประดิษฐานพระโพธิสัตว์คันนง (Kannon Bosatsu)

อาคารหลักที่เป็นที่ประดิษฐานพระโพธิสัตว์คันนง (Kannon Bosatsu)

โคมไฟที่ Asakusa temple หนักถึง 700 kg

โคมไฟที่ Asakusa temple หนักถึง 700 kg

ลืมบอกให้ดูลายมังกรใต้ โคมไฟ Asakusa ด้วย

ลืมบอกให้ดูลายมังกรใต้ โคมไฟ Asakusa ด้วย

ตู้บริจาคใบโต แนะนำว่าให้โยนเหรียญบริจาค ที่มีเลข 5 ทั้ง 5 เยน 50 เยน หรือ 500 เยน ซึ่งให้ความหมายที่ว่าจะได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง

ตู้บริจาคใบโต

ตู้บริจาคใบโต

สักการะ(ฮนโด) พระคันนน

สักการะ(ฮนโด) พระโพธิสัตว์คันนง (Kannon Bosatsu)

ด้านบน มีรูปสวยๆด้วย

ด้านบน มีรูปสวยๆด้วย

ข้างๆมีให้อุดหนุนเครื่องราง ซึ่งแต่ล่ะอันน่ารักมาก

ข้างๆมีให้อุดหนุนเครื่องราง ซึ่งแต่ล่ะอันน่ารักมาก

เดินออกมาอย่าพึ่งรีบกลับบ้าน

เดินออกมาอย่าพึ่งรีบกลับบ้าน

มุมยอดฮิต ยอดนิยม ใครๆก็ถ่าย

มุมยอดฮิต ยอดนิยม ใครๆก็ถ่าย

โยโคโด (Yogodo Hell)

Yogodo Hell เป็นอาคารนึง ของ Sensoji Temple วัดเซ็นโซจิ ที่ไม่อยากให้พลาด เพราะเป็นอาคาร ที่ใช้รับใบ โกะชุอิน ก็คือ กระดาษที่ ประทับชื่อวัดและวันที่ ซึ่งคนญี่ปุ่นนิยมในการมาเก็บบันทึกการเดินทางไว้ และมาเก็บในวันเทศกาลต่างที่สำคัญ เช่นวันขึ้นปีใหม่ จากวัดต่างๆ คล้ายๆการซื้อโปสการ์ดบ้านเรา จะเป็นของที่ระลึก แต่ที่สำคัญ เสียเงินนะจ๊ะ

โยโคโด (Yogodo Hell) 

โยโคโด (Yogodo Hell)

ยาคุชิโด (Yakushido Hell)

ด้านหลังของโยโคโด จะเจอ ยาคุชิโด (Yakushido Hell) เป็นอาคารหลังเล็กๆ ที่คนส่วนใหญ่มองข้ามแต่จ่ายน้อบขอบอกว่าอาหารนี้ ได้ถูกสร้างขึ้นมา 345 ปีที่แล้ว เป็นหนึ่งในอาคารเก่าแก่ที่สุดใน Sensoji Temple วัดเซ็นโซจิ (浅草寺) หรือที่คนไทยรู้จักในชื่อ วัดอาซากูซะ (Asakusa Temple)  ภายในมีเทพ 3 องค์ได้แก่ ยาคุชิเนียวไร, จูนิชินโช และจูโอ

ยาคุชิโด (Yakushido Hell)

ยาคุชิโด (Yakushido Hell)

นอกจากนี้รอบๆ ยังมีอะไรให้เราถ่ายรูปมากมาย สมชื่อ วัดอาซากุสะ (Asakusa Kannon Temple) ในย่านอาซากุสะ หนึ่งในวัดที่เก่าแก่แ ละเป็นที่นิยมมากที่สุด ในโตเกียวพลาดไม่ได้วัดนี้

รูปปั้น เณร พระ ต่างๆ ใส่ชุดด้วย เพราะหนาว

รูปปั้น เณร พระ ต่างๆ ใส่ชุดด้วย เพราะหนาว

เดินได้ทั้งวันเลย Asakusa

เดินได้ทั้งวันเลย Asakusa

ทริปนี้ พาตัวน้อยในท้องมาเทียวด้วย เลยเดินเยอะมากไม่ได้

ทริปนี้ พาตัวน้อยในท้องมาเทียวด้วย เลยเดินเยอะมากไม่ได้

Visit Us On FacebookVisit Us On TwitterVisit Us On YoutubeCheck Our FeedVisit Us On Instagram